วันนี้รู้สึกว่าด๊ขึ้นเยอะ เลยหาเวลาไปดูหนังสักหน่อย เลยได้โอกาสที่วันนี้มีหนังใหม่เข้าโรงพอดี
 
 
หลังจากท็อปฟอร์มไปกับหนังโรแมนติก 2 เรื่อง ทั้ง Me My Self ขอให้รักจงเจริญ และ Happy Birthday (เรื่องหลังผมว่าตกลงมาซะเยอะ) มาถึงวันนี้ เขากลับมาอีกครั้งสำหรับผู้กำกับหมาดเซอร์ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ กับหนังคอมเมดี้ดราม่าเสียดสีสังคม(เขาโปรโมทไว้อย่านั้น) เรื่อง The Dog หรือชื่อไทย "ชิงหมาเถิด"


เรื่องราวหมาๆ ของคนที่พยายามจะขโมยหมาที่ไม่ธรรมดาอย่าง "หมาหิมะ" ที่คนทั้งประเทศรักเป็นหนักหนารวมทั้งพ่อของแบงค์(แสดงโดยบอย ปกรณ์) ที่รักหมาหิมะมากถึงขั้นทำระบบรักษาความปลอดภัยมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ทำให้แบงค์เกลียดหมาตัวนี้มาก จึงร่วมมือกับเด่น (โก๊ะตี๋) พนักงานตกอับที่เกลียดหมาตัวนี้เหมือนกัน และ อาท (มาริโอ้) อดีตเด็กอัจฉริยะเหรียญรางวัลวิชาการมากมายที่ไม่ได้เกลียดหมา แต่พยายามจะโชว์ความเก่งโดยฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อขโมยหมาหิมะออกมา โดยมีเมย์(น้องหยก) สัตวแพทย์ประจำหมาหิมะคอยห้ามและกีดกันทุกวิถีทาง

 

ตัวหนังเล่าเรื่องค่อนข้างจะเร็วมาก(และเร็วกว่าเรื่องก่อนๆด้วยซ้ำ) โดยที่ไม่บอกที่มาที่ไปตัวละครเลยแม้แต่น้อย แต่ปล่อยให้ตัวละครเปิดเผยตัวเอาเอง และอีกอย่างที่สำคัญคือหมาหิมะ ที่หนังไม่ได้บอกว่ามันวิเศษอะไรมาจากไหน เพียงแต่บอกว่ามันมีตัวเดียวในโลกเท่านั้น
  

อย่างที่เกริ่นไปว่าเป็นหนังเสียดสีสังคม ทำให้มีมุกตลกที่ล้อเลียน กัดจิก ออกมาเป็นระยะ ทั้งมุก GT200 (ดังที่เห็นในตัวอย่าง), มุกประท้วงการ Lay off พนักงาน เป็นต้น โดยรวมแล้วมุกทั้งหมดนั้นก็คงจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการเมืองไทยในปัจจุบัน

แต่มุกที่รู้สึกว่าใหม่สำหรับหนังไทยก็คือมุกลำดับความสำคัญ(ลองไปชมกันเอาเองครับ) ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆการต่อยอดมุกของคุณโน๊ต อุดมจากเดี่ยว 8 ที่ผ่านมานี้เอง

พูดถึงการแสดง บอย โก๊ะตี๋ มาริโอ้ ค่อนข้างจะมีเคมีในตัวบทคล้ายๆ กัน คือการอยากเป็นที่จดจำในสังคม ซึ่งถ้าเรียงลำดับแล้ว ผมว่ามาริโอ้ มาวินเลยครับ ผมไม่เคยเห็นมาริโอ้เล่นบทไม่ค่อยพูดอย่างนี้ (ทำให้นึกถึงพอล ดาโน่ ใน Little Miss Sunshine) ซึ่งรองลงมาก็คงเป็นโก๊ะตี๋และบอยตามลำดับ ส่วนน้องหยก (เหตุผลที่เข้าโรงไปดู) ดูไม่ค่อยมีอะไรเลยกับหนังเรื่องนี้ โดยกลายเป็นตัวประกอบไปเลยกลายๆ

บทสรุปของหนังค่อนข้างจะทำความเข้าใจได้ง่ายๆว่า มันเป็นเรื่องของหมา ซึ่งในเชิงเปรียบเทียบผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเปรียบได้กับอะไร เพราะตัวหนังแบบนี้ บทแบบนี้ คงหลีกหนีจากการถูกเปรียบเทียบกับตัวบุคคลไม่ได้ โดยสรุปแล้วคือหนังต้องการให้คนดูเป็นคนตัดสินใจเองว่า "หมาหิมะ" คือร่างจำแลงของใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหลงใหลเหมือนกันว่าถ้าไม่ได้เปรียบเทียบกับคนๆเดียว หนังเรื่องนี้คงต้องมีเรื่องคุยกันอีกยาว


ตัวหนังทั้งเรื่องค่อนข้างจะผิดแผกจากหนังคุณอ๊อฟที่ผ่านมา ซึ่งก็ถือเป็นรสชาติใหม่ที่น่าลิ้มลองของพี่อ๊อฟที่เสนอออกมา ก็ต้องรอดูว่าผลตอบรับโดยกว้างนั้นจะเป็นอย่างไร ก็รอติดตามดูแล้วกัน

C+...

*****************************************************************************

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูจังbig smile
ผมมีหมาหิมะละลายตัวนึง (สีขาวโคลน) ไม่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัย แค่มีขนมที่มันชอบก็พอละ
big smile

#5 By 40reborn on 2010-11-02 13:55

ยังไม่วางไปดูเลย

#4 By keaaaa on 2010-10-29 11:29

ท่าจะต้องคิดเยอะ น่าสนุกครับ big smile

#3 By Seam - C on 2010-10-29 08:43

เรื่องนี้ผมสนใจเพราะดูตัวอย่างแล้วรู้สึกว่าน่าจะเสียดสีสังคมน่ะครับ confused smile

#2 By Faith on 2010-10-28 22:22

^ 0^

เดี๊ยวไปดูบ้าง ง ง

๕๕๕๕