2011 FILMS OF THE YEAR

posted on 04 Jan 2012 00:15 by annann-chou-chou



2011 FILM OF THE YEAR

10. Short Films Section

          10.1 เพิ่งกลับจากดินแดนเวทมนต์อันไกลแสนไกล (Just Came Back From The Magical Kingdom Far Far Away) / ภาส พัฒนกำจร / approx. 30 min / รางวัลวิจิตรมาตรา เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 15

            - เป็นหนังสั้นที่ชอบมากของปีนี้ บท ไดอะล็อกและตัวละครมันดูพีคมากๆ บวกกับท่วงท่าลีลาในการเล่าเรื่องที่มีสไตล์เป็นของตัวเองของตัวผู้กำกับ ทำให้หนังสั้นเรื่องนี้ดูเด่นขึ้นมาทันที

            10.2 Scene From The Suburb / Spike Jonze / approx. 30 min

            - ปีที่แล้ว สไปค์ จอนซ์ มีหนังสั้นอย่าง I’m Here และมาปีนี้เขาได้ร่วมมือกับวง Arcade Fire สร้างสรรค์หนังสั้นมาหนึ่งเรื่อง มันมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาเอง   

9. ฝนตกขึ้นฟ้า (Headshot) / เป็นเอก รัตนเรือง  

            - พยายามหาหนังไทยมาให้ได้หนึ่งเรื่องและก็ได้เรื่องนี้มา เพราะด้วยความเป็นหนังเป็นเอก มันเลยมีจุดดีที่เราชื่นชมหลายอย่าง บวกกับการนำนิยายที่เราเคยอ่านมาทำ มันเลยทำให้เรารู้สึกร่วมไปกับมันได้ ถึงตัวหนังจะไม่ได้พีคเข้าขั้น แต่บริบทของมันก็ส่งผลอะไรหลายอย่างเหมือนกัน

8. Source Code / Duncan Jones

            - เป็นหนังช่วงต้นปีที่ดูแล้วรู้สึกว่าดันแคน โจนส์ เป็นคนที่มีตรรกะในสมองเยอะเหมือนกัน ร่วมถึงองค์ประกอบต่างๆในหนังที่มักมีน้อยแต่ให้มากนี่ของถนัดของเขาเลย หลังจากพีคมาหมาดๆเมื่อ 2 ปีที่แล้วกับ Moon มาคราวนี้ดันแคนทำได้ไม่ตกจากกราฟเลย

7. X-Men: First Class / Matthew Vaugh

            - เมื่อปีที่แล้วหนังของเขาอย่าง Kick-Ass ก็ติดอันดับของผมไป และปีนี้การย้อนเรื่องราวใน X-Men ของเขา ก็เข้ามาติดอันดับในปีนี้ของผมเช่นเดียวกัน ความยอดเยี่ยมที่ต้องกล่าวถึงคือการทำหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ผมไม่ชอบเลยอย่าง X-Men มาปัดใหม่แล้วย้อนกลับไปเล่าถึงการถือกำเนิดและความสัมพันธ์ก่อนแตกหักของโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์และแม็คนีโต้ บวกกับการนำไปยำกับเหตุการณ์สงครามเย็นด้วยแล้วละก็ มันทำให้หนัง X-Men เรื่องนี้ จับต้องได้มากขึ้น

 6. Tyrannosaur / Paddy Considine

            - การที่ไม่รู้จักผู้กำกับคนนี้มาก่อนเป็นเรื่องท้าทายมาก และยิ่งรู้มาว่าหนังเรื่องนี้ได้ทั้งรางวัลผู้กำกับ,นักแสดงชายและหญิงจากเวทีซันแดนซ์ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้อยากดูขึ้นมาอีก และแล้วก็ไม่ผิดหวัง บท การกำกับ บวกกับการแสดงของทั้ง Peter Mullan และ Olivia Colman นั้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทั้งหมดที่หนังมี และเราจะต้องติดตามงานของผู้กำกับคนนี้ตลอดไป

5. Melancholia / Lars Von Trier

            - บอกได้คำเดียวกับการดูหนังของผู้กำกับคนนี้ว่า “Fin” และอีกอย่างที่ต้องชมคือ วอน ทรีเยร์ ทำหนังที่แทบไม่ได้อยู่ในระเบียบ Dogma ทำให้เราได้เห็นการจัดแสงสวยๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังของวอน ทรีเยร์ มาก่อน อีกทั้งการแสดงบ้าๆบอๆของเคิร์ตเทน ดันสต์ ที่เล่นเอาเราถึงกับลุกไม่ขึ้นจากเก้าอี้เมื่อหนังจบ

4. Drive / Nicolas Winding Refn

            - เป็นครั้งแรกกับการดูหนังของผู้กำกับคนนี้ และเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมหลงใหลไปกับหนังอาชญากรรมที่เหมือนจะธรรมดา แต่ทว่ามันกลับทำให้เห็นด้านมืดของทั้งจิตใจมนุษย์และสังคมเมือง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอามาพูดอย่างจริงจัง แต่มันก็มีกลิ่นเจือจางบนสไตล์ที่ถูกปรุงแต่งมาอย่างดี เหมือนกับรสชาติของอาหารจานนี้ ทำให้เราใหลหลงไม่รู้ลืม

3. We Need To Talk About Kevin / Lynne Ramsey

            - ผมมองข้ามหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่มันเข้าฉายสายประกวดที่คานส์ กับเรื่องย่อที่ว่าด้วยแม่(ทิลด้า สวินตัน) ต้องจัดการสะสางกับเรื่องราวที่ลูกได้ก่อไว้คือยิงเพื่อนในโรงเรียน ตอนแรกคิดว่าคงเป็นหนังธรรมดาทั่วไปที่จะต้องดราม่าๆ ครอบครัวๆ แต่พอเสียงตอบรับจากคานส์มาถึง มันทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ และพอได้ชมเข้าจริงๆ ก็ต้องขอนับถือนักแสดงอย่างทิลด้า สวินตัน,ลูกๆของเธอในหนังทุกเจเนเรชั่นและผู้กำกับอย่างลินน์ แรมซีย์

2. A Separation / Asghar Farhadi

            - หนังเมื่อต้นปีเช่นเดียวกัน มาพร้อมกับรางวัล Golden Bear พ่วงด้วยรางวัลนักแสดงนำชายและหญิงจากเทศกาลเบอร์ลิน บอกตรงๆเลยว่าเรื่องนี้ เป็นหนังที่มีบทแข็งแรงที่สุดในปีนี้ มีการคุมไดเร็กชั่นที่ดีมาก และการแสดงที่ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของหนัง บวกกับการวิพากษ์ทั้งชนชั้น ครอบครัว หนังเรื่องนี้ทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงแม้จะไม่ส่งผลอย่างรุนแรง แต่ก็น่าขบคิดกับบริบทต่างในหนังได้มากพอสมควร

1. The Kid With A Bike / Jean - Pierre & Luc Dardenne

            - ได้ยินกิตติศัพท์ที่คานส์มาเยอะว่าเป็นหนังเต็งจ๋าเลยทีเดียว แต่กลับได้แค่รางวัลกรังด์ปรีซ์(รองอันดับหนึ่ง)กลับบ้านไป หนังว่าด้วยเรื่องของเด็กน้อยที่ตามหาพ่อ โดยมีจักรยานและหญิงแปลกหน้าคอยช่วยเหลือ นี่เป็นหนังที่มีนักแสดงเด็กดีที่สุดในปีนี้(และอาจจะดีกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา) เขาคือโทมัส โดเรต์ ที่แสดงอารมณ์ของลูกที่รักพ่อได้จับใจ ถึงแม้ว่าจะรำคาญนิดหน่อยในช่วงแรก แต่เราก็รักตัวละครตัวนี้ได้เมื่อหนังจบลง   

 

 

 
##############################################################

 

 
SURPRISE OF THE YEAR

หมาแก่อันตราย [Friday Killer] / ยุทธเลิศ สิปปภาค  

            - หนังของพี่ต้อมยุทธเลิศมีสไตล์เฉพาะตัวมาโดยตลอด ผมชอบแทบทุกเรื่อง แต่บางเรื่องก็อยากถอยห่างไปให้ไกล แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดของพี่ต้อมในรอบหลายปี บทหนังที่ค่อนข้างธรรมดา แต่ก็ทำให้ความธรรมดานั้นเป็นจริงและจับต้องได้ บวกกับการกำกับภาพที่ถึงแม้จะปรุงแต่งนิดๆหน่อยๆ แต่ก็ถือได้ว่าดีมาก และคงไม่ลืมพวกมุกถ่อยๆต่างๆ ที่หนังใส่เข้ามานั้น มัน Fit in กับหนังได้อย่างลงตัว

 

BEST PERFORMANCE

- Ryan Gosling – Drive

- Tilda Swinton – We Need To Talk About Kevin

 

BEST SCENE

- The End Scene of A Separation / อุทานตอนดูจบออกมาว่า “แม่ง!!!” มันเหมือนเป็นตอนจบที่ธรรมดา แต่สั่นสะเทือนไปหมดทั้งเรื่อง

- The End Scene of Melancholia / มีความสุขรึเปล่าไม่รู้ แต่อารมณ์ตอนนั้นนอนแน่นิ่งอย่างสงบกับ end credit และไม่อยากลุกไปไหนอีกเลย (อืม...หนังแม่งเอากูอยู่จริงๆ)

- Kissing In the Lift – Drive / เห็นฉากนี้ครั้งแรกบอกกับตัวเองเลยว่า “แม่งโคตรเท่ห์เลย” แต่หลังจากช็อตนั้น มันก็ดึงเราลงเหวซะอย่างนั้น บอกได้คำเดียวเลยว่า “ชอบว่ะ”

- The Scene Of Backyard – We Need To Talk About Kevin / อึ้งที่สุดในปีนี้เห็นจะเป็นฉากนี้แหละ มันปูมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วกับผ้าม่านพลิ้วไสวกับเสียงน้ำจากสพริ๊งเกอร์ แต่ใครเล่าจะไปคิดว่า “มึงจะทำกับกูเยี่ยงนี้” ดูฉากนี้จบน้ำตากูจะไหล สงสารทิลด้า สวินตันมาก...  

 

_____________________________________________________________________________

           

 







Comment

Comment:

Tweet